หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา การเรียนของลูก รู้ก่อนลูกป่วย อาสาสมัคร ความรู้จากญี่ปุ่น

เมนู

 
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

ไดอารี่แม่นก ตอนที่15 "นานแล้วน่ะที่หนูไม่ทรมาน"

ไดอารี่แม่นก ตอนที่15 "นานแล้วน่ะที่หนูไม่ทรมาน"

นานแล้วน่ะ...ที่ลูกหินไม่ทรมาน  ใช่...นานมากแล้วที่พวกเราอยู่กันอย่างมีความสุข ลูกหินไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ไข้ ไม่อ้วก...จนจำไม่ได้ว่า ครั้งสุดท้ายปฐมพยาบาลกันไปตั้งแต่เมื่อไหร่  เสาร์ที่ผ่านมาอากาศเย็นลงมาก...(10/1/52) จนทำให้อดกังวลใจไม่ได้ว่า ลูกชายจะแข็งแรงสู้ไหวไหม...โชคดีที่ฉันเลี้ยงและดูแลลูกเองทั้งเสาร์แและอาทิตย์ ...  ด้วยความเป็นธรรมชาติของแม่ ย่อมรู้ถึงหัวอกลูก ถึงแม้ว่าจะบอกแม่ไม่ได้ ก็ตาม แต่แม่ก็รู้ว่า หนูต้องการอะไร...  วันนั้นไม่อาบน้ำ เช็ดตัว และการเช็ดตัว ก็ต้องเช็ดทีละครึ่งตัว เช็ดด้านบนก่อน แล้วก็ใส่เสื้อผ้าให้เลย หลังจากนั้นก็เช็ดท่อนล่าง ให้ก็ใส่เสื้อให้เลย...ภายในบริเวณรอบบ้านไม่ต้องเป็นห่วง ประตูหน้าต่างมีกี่บาท เราปิดหมด ไม่ให้ลมหนาวเข้ามาในบ้านได้.... เสื้่อลูกชายใส่ 3 ตัว เสื้อแขนสั้น 1 ตัว แล้วตามด้วยแขนยาวหนา 1 ตัว แล้วตามด้วยเสื้อกล้ามไหมพรมอย่างหนา เพื่อให้อกของหนูอุ่นที่สุด  ทั้งคืนวันเสาร์และอาทิตย์ ลูกชายนอนหลับถึงเช้า เมื่อลูกหมาที่ห่มตัวอยู่ในผ้าห่ม ที่มีทั้งพ่อและแม่หมา คอยกกให้ความอบอุ่นทั้งคืน  ความสุขของพวกเรา คือการได้นอนหลับยาวตลอดทั้งคืน...ซึ่งกว่าพวกเราจะทำให้ลูกพิการของเราเป็นแบบนี้ได้...ต้องทุ่มเทเรียนรู้ชีวิตของลูกมาตลอด 8 ปีเต็ม....เย็นวันจันทร์ ฉันกลับมาจากที่ทำงาน...เห็นลูกชายใส่เสื้อ 3 ตัว บางจ๋อย...คิดว่า...คืนนี้จะเกิดอะไรกับลูกหิน...ฉันไม่กล้าไปไหน  รีบใส่เสื้อให้ลูกชายทันที น้าเป็นคนรูปร่างอ้วนท้วน...เจ้าเนื้อ ซึ่งลูกหินเองก็ใกล้เคียงกับน้า แต่การเลี้ยงแตกต่างกัน เพราะน้าเป็นคนขี้ร้อน จึงคิดว่า ใส่เสื้อตั้ง 3 ตัว คงเพียงพอในการให้ความอบอุ่นกับร่างกาย...


แต่ความเป็นแม่ เรารู้โดยสัญชาติญาณว่า ไม่พอ...เที่ยงคืน อาการลูกมา เสมหะมาจากไหนไม่รู้ มากมายมหึมา...ฉันกับสามีรีบพาลูกลงไปข้างล่างเพื่อปฐมพยาบาล ลูกมีอาการหนาวสั่นเป็นพักๆ ฉันพยายามดูดเสมหะ แต่เค้าไม่ช่วยแม่ด้วยการไอเลย เป็นเพราะเค้าหลับสนิท จนฉันหมดความพยายาม จึงพาลูกขึ้นบ้านนอนอย่างเดิม ทั้งที่เสมหะยังมากมายซะ ขนาดนั้น...ลูกหลับ ในขณะที่เค้าหายใจไม่ออก...แล้วคนเป็นแม่อย่างฉัน...ต้องทำอย่างไร...ฉันต้องรอให้ลูกตื่นขึ้นมาเอง แต่ในระหว่างที่ลูกยังหลับอยู่ มือทั้งสองข้างขอฉันจับประคองคอลูกให้อยู่ในท่าที่สามารถหายใจได้ หายใจเข้า...เข้าไม่ได้ หายใจออก... ออกไม่ได้ สัก 3-4 หน สักพัก ก็อ้าปากเพื่อสูดออกซิเจนเข้าทางปากแทน ฉันไม่สามารถนอนได้เลย ต้องนั่งดูลมหายใจเข้า-ออกทุกวินาที ทรมานเหลือเกิน...ไม่ได้ทรมานอย่างนี้มานานมากแล้วก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ลืมว่า นี่คือธรรมชาติของลูกเรา เราต้องยอมรับธรรมชาติของเค้าให้ได้...แม้ว่าไม่อยากเห็นก็ตามแต่สิ่งที่ทรมานที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องหายใจ



4.30 น. ลูกตื่นขึ้นมาด้วยเสมหะพันคอ นอนไม่ได้ ลูกตื่นแล้ว เราเตรียมเครื่องดูดเสมหะพร้อม ลูกเริ่มไอ ไอ ไอ ไอ  อ้วก อ้วก อ้วกฉันเริ่มดูด ดูด ดูด ลูกทั้งอ้วก ทั้งแข็ง  ทั้งเกร็ง ทั่วร่างกาย...ฉันและสามี มือพันเป็นละวิง เพื่อปฐมพยาบาลลูกไอและอ้วกไปเรื่อย ตั้งแต่ 4.30-6.00 น. แค่ฉันนั่งดูดเสมหะชั่วโมงครึ่ง ปวดทั่วทั้งแผ่นหลัง...แล้วเค้าอ้วกตลอดเวลาเค้าจะขนาดไหน...ไม่มีเสียงปลอบโยนจากแม่ เพราะแม่เองก็เหนื่อยไม่แพ้หนูเหมือนกันเลยลูก อาการไอๆ สลับอ้วกๆ และมีอ้วกครั้งใหญ่พร้อมทั้งมีสีน้ำตาลปนออกมา แสดงว่าเค้าไอจน...เส้นเลือดฝอยในคอแตกอย่างแน่นอน แต่ไม่เป็นลิ่มเลือดยังไม่เป็นไร ควบคุมสถานการณ์ได้อยู่


6.00 น. ฉันเริ่มหมดแรง แต่ลูกยังคงทรมานต่อ...ยังอ้วกและไอเหมือนเดิม...ฉันเรียก คนปฐมพยาบาลที่ 2 มา คือน้าจิตรให้มาช่วยต่อมือจากฉัน เพราะไม่ไหวแล้ว...เหนื่อยเป็นที่สุด จากนั้นก็ให้น้าจิตรพ่นยา เพื่อช่วยให้ลูกหายเหนื่อย...น้าจิตรไล่ให้ฉันไปนอน แต่ฉันยังไม่กล้าไปเพราะรู้ว่าลูกเป็นหนัก สักพักลูกอ้วกครั้งใหญ่อีกรอบ จำไม่ได้แล้วว่า อ้วกครั้งใหญ่ไปกี่หน...เพราะมันทั้งเบลอ ทั้งง่วง เด็กน้อยของแม่เริ่มหมดแรง...แต่แม่หมดแรงก่อนหนูซะอีก...รู้สึกว่าพายุในของหนูจะอ่อนแรงลงแล้ว...ฉันขอตัวไปนอนก่อน เพื่องีบเอาแรงไปทำงานวันนี้

 

8.00 น. ตื่นขึ้นมา น้าจิตรบอกมีไข้ และให้น้ำเกลือเรียบร้อยแล้ว...และลูกหินก็ดีขึ้นมาเป็นลำดับ...โดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล แต่ฉันยังคงอ่อนล้าเมื่อไปถึงที่ทำงาน...โทรกลับบ้าน น้าบอกลูกปลอดภัย ปกติดีแล้ว  โถ!!! ก็แค่นี้น่ะ หน้าที่ของคนเป็นแม่อย่างฉัน เพียงแค่ให้หนูปลอดภัย

 


  Copyright 2005-2012 baanmaenok.com All rights reserved.
view