หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา การเรียนของลูก รู้ก่อนลูกป่วย อาสาสมัคร ความรู้จากญี่ปุ่น

เมนู

 
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

ไดอารี่แม่นก ตอนที่ 12 "พบสุขอย่างไม่คาดฝัน"

ไดอารี่แม่นก ตอนที่ 12 "พบสุขอย่างไม่คาดฝัน"

       

        ช่วงนั้นบ้านเราต้องหยุดกิจกรรมไปประมาณ 2-3 เดือน เพราะเดือนแรกน้องลูกหินนอนเจาะท้องอยู่ที่โรงพยาบาล อีก 1 เดือนต่อมา ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับหน้าท้องของลูก เลยทำให้ฉันมีเวลาไปทำบุญที่วัดกับลูกมากขึ้น

        วันวิสาขบูชา...ปีนั้นฉันพาลูกหินไปทำบุญกับแม่และน้าที่วัดพระพยอม มีผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศจนเต็มทุกอณูพื้นที่วัด  มาเพื่อให้หลวงพ่อปัดเป่า  เพื่อให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข ส่วนฉันเองกลับรู้สึกเฉยๆ  เพราะคิดว่าความสุขน่าจะมาจากการกระทำ ตามวิธีที่ท่านสอนแล้วนำมาปฏิบัติตามมากกว่าน้ำมนต์ แต่เพราะทนแรงคะยั้นคะยอของน้าที่จะให้พาลูกหินไปรับน้ำมนต์ไม่ไหว...เลยต้องอุ้มลูกกระเตงเข้าไปใกล้ท่านให้มากที่สุด ด้วยอาการของลูกหินที่ไม่ปกติ เมื่อคนภายนอกเห็นก็จะสามารถรับรู้ได้ในทันที ตอนนั้นมีหญิงชายคู่หนึ่งมาสอบถามอาการและความเป็นมาของอาการป่วยของลูก...ฉันสัมผัสและรับรู้ได้ทันทีว่า  เราหัวอกเดียวกัน  ฉันรีบส่งลูกหินให้น้าเพื่อดูแลต่อ แล้วถามถึงลูกของพวกเขาว่าเป็นมาอย่างไร คำตอบที่ได้รับคือ ลูกชายเป็นเด็กสมองพิการ ซึ่งเกิดความผิดพลาดจากการคลอดของหมอ แถมความพิเศษอีกอย่างก็คือ เด็กคลอดยาก จึงต้องใช้เครื่องมือดูดเด็กออกมา แต่ด้วยความแรงของเครื่องมือจึงทำให้เด็กขาหัก พิการหนักยิ่งกว่าเดิม เพียงแค่ฟัง หัวใจฉันแทบแหลกสลาย...นี่ขนาดไม่ใช่แม่นะ แล้วแม่แท้ๆ ของเขาล่ะจะรู้สึกยังไง? และก็แปลกใจว่าทำไมเขาถึงไม่ ฟ้องร้องหมอ ฉันเคยผ่านเหตุการณ์ช่วงนั้นมาก่อนแล้ว  ตอนนี้ฉันอยากให้พ่อและแม่ของน้องเข้มแข็งให้มากที่สุด ให้มีพลังและกำลังใจเพื่อเตรียมต่อสู้ และเผชิญหน้ากับความจริงอย่างหัวใจทรนง...

    วันนั้นแม้ทั้งสองจะสุภาพอ่อนโยน แต่ฉันก็สัมผัสได้ถึงความห่อเหี่ยวหัวใจได้ไม่ยาก ฉันเล่าประสบการณ์ที่ทำให้ลูกหินดีวันดีคืนขึ้นเป็นลำดับ พร้อทั้งจดเบอร์มูลนิธิเพื่อเด็กพิการให้ รวมทั้งเบอร์ฉัน แล้วก็ขอเบอร์เพื่อนใหม่เอาไว้ เผื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม  ท้ายสุดก็ย้ำว่าให้รีบไปติดต่อมูลนิธิเพื่อช่วยลูก เราติดต่อกันนานพอสมควร  ต่อมาจึงได้รู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  ฐานะทางบ้านเขาไม่สู้ดีนัก เพราะด้วยพิษเศรษฐกิจทำให้คุณพ่อมาทำหน้าที่เลี้ยงลูกเป็นหลัก ส่วนคุณแม่ต้องทำงานนอกบ้าน  ส่วนฉันซึ่งเคยผ่านเหตุการณ์นี้แบบมาก่อน รู้ว่าเค้าต้องลำบากมากแน่ๆ แต่จะให้ควักเงินส่วนตัวช่วยเหลือ...ก็รวยไม่พอ จึงได้เรี่ยไรเงินบริจาคจากเพื่อนที่ทำงาน ได้เงินมา 8,000 กว่าบาท ตอนแรกเพื่อนใหม่ปฏิเสธการช่วยเหลือ แต่ฉันอธิบายให้เขาฟังว่าค่าใช้จ่ายสำหรับลูกมันเยอะแค่ไหน ท้ายสุดเขาจึงรับเอาไว้ด้วยความเกรงใจ…


     จากวันนั้น...ฉันรู้สึกสุขใจมากที่สามารถช่วยให้เด็กคนหนึ่งได้เจอสังคมเดียวกัน วันวิสาขบูชาวันนั้นฉันได้บุญกลับบ้านมาด้วยความอิ่มเอมใจ และยังได้มีโอกาศทำเช่นนั้นเรื่อยมา คุณพ่อซึ่งเคยหงอยเหงา เศร้าสร้อย ก็กลับกลายเป็นคนละคน เริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่โรคของลูกก็ยังหนักอยู่ตลอดเวลา แต่เขาสามารถยิ้มพร้อมสู้กับปัญหาสมกับที่ฉันตั้งใจช่วย ทุกๆ ครั้งที่ได้พบเพื่อนใหม่คนนั้นที่มูลนิธิ ฉันรู้สึกปลาบปลื้มใจทุกครั้ง มันเป็นความสุขที่ฉันไม่เคยได้สัมผัส จนกระทั่งเมื่อมีลูกหิน วันนี้ได้มีโอกาสไปพบน้องที่มูลนิธิ ซึ่งทราบข่าวมาตั้งแต่ต้นแล้วว่ามีอาการหนัก เมื่อเปิดประตูเข้าไปหา เห็นด.ช. วัย 7 เดือน  ผิวขาวเนียน ดวงตาไม่รับรู้ความรู้สึกใดๆ  มีเพียงสายอาหารเส้นเล็กสอดไว้ที่จมูกตลอดเวลา ศีรษะโตผิดปกติ บริเวณคอมีรูเหล็กติดอยู่เพื่อใช้สายดูดเสมหะ โดยไม่ต้องผ่านลำคอ  ขาขวาชี้ขึ้นด้านบนและสามารถหมุนรอบได้

        ฉันกัดฟันฝืนยิ้มให้คุณพ่อที่กำลังเดินเข้ามาดูดเสมหะให้ลูก แล้วเราก็พูดคุยกันอย่างเคย แต่ฉันสิเปลี่ยนไป ไม่เคยคิดว่าอาการของน้องจะหนักถึงขนาดนี้ ฉันไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงอยากช่วยเขา ทั้งที่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเด็กมาก่อน  ไม่รู้เคยว่าเด็กที่อาการโคม่าหนักๆ เป็นยังไง รู้แต่ว่าเด็กจะดีได้ พ่อแม่จะต้องอดทน เพราะฉันเคยผ่านบทเรียนนี้มาก่อน  ยิ่งเห็นเด็กก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าลูกหินโชคดีแค่ไหนที่ได้เกิดมาเป็นคนขนาดนี้  วันนั้นทั้งวัน เราโศกเศร้าไปกับอาการของน้อง แต่อีกเสี้ยวหนึ่งก็อดดีใจไม่ได้ที่เราได้มีโอกาสได้ช่วยน้อง แม้อาการดีบ้าง แย่บ้าง ป่วยบ้าง  ที่สำคัญฉันยังได้โทรไปเช็ก คอยให้กำลังใจแก่คุณพ่อคุณแม่เสมอ เพื่อดูว่ายังสู้เพื่อลูกไหวอยู่หรือเปล่า ถ้าท้อเมื่อไหร่ฉันจะได้ยื่นมือไปช่วยเขาได้ทันท่วงที เพราะครั้งหนึ่ง...เมื่อวันที่ฉันรู้สึกแย่ ฉันก็มีพี่โอ๋ พี่แอ๊ะที่เคารพรักนี่แหละ คอยให้กำลังใจฉัน...ทั้งวันทั้งคืน เมื่อฉันเริ่มเข้มแข็ง ฉันก็พร้อมที่จะเป็นผู้ให้เช่นกัน นี่คือกำลังใจสุดท้ายที่ฉันได้มอบให้กับเพื่อนใหม่....เราผู้เป็นพ่อแม่ เมื่อได้ทำดีจนถึงที่สุดแล้วก็ไม่ต้องเสียใจ จงร้องไห้ไปเถอะ ถ้าหัวใจมันอยากจะร้อง ฉันเองก็เคยร้องไห้ไปกับพวกเขาด้วยเหมือนกัน ท้ายสุดน้องก็จากไปด้วยอาการขาดอากาศ...จู่ๆ ก็หยุดหายใจไปเฉยๆ เมื่องานศพน้องมาถึง ฉันจึงเรี่ยไรเงินบริจาคจากเพื่อนๆ อีกครั้ง แล้วโอนเงินก้อนสุดท้ายให้พวกเขา

  Copyright 2005-2012 baanmaenok.com All rights reserved.
view