หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา การเรียนของลูก รู้ก่อนลูกป่วย อาสาสมัคร ความรู้จากญี่ปุ่น

เมนู

 
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

อาสาสมัครชาวญี่ปุ่น

แลกเปลี่ยนการเรียนรู้เรื่องเด็กพิการ

โดยวิทยากรญี่ปุ่น ทาคุมิ

วันที่ 11 – 12 สิงหาคม 2552 ณ ศูนย์การเรียนรู้แม่นก

เล่าเรื่องการศึกษาเด็กพิการที่ญี่ปุ่น โดยทาคุมิ



ระบบการศึกษา

    ระบบการศึกษาในญี่ปุ่นเป็นระบบ 6-3-3-4 นั่นคือประถมศึกษา 6 ปี มัธยมศึกษา 6 ปี และอุดมศึกษา 4 ปี การศึกษาภาคบังคับ 9 ปี สำหรับเด็กที่มีอายุ 6-15 ปี อัตราการส่งเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมต้น 100% มัธยมศึกษาตอนปลาย 95% อัตราผู้รู้หนังสือ 99%

ความเป็นมาของการศึกษาพิเศษ

   
การศึกษาพิเศษเริ่มต้นขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีมาแล้ว มี การจัดตั้งโรงเรียนสำหรับคนตาบอด และคนหูหนวกขึ้นก่อนโรงเรียนประเภทอื่น แต่ไม่มีการบังคับให้เด็กพิการเข้าเรียน การศึกษาพิเศษเป็นการศึกษาบังคับในปี 1948 สำหรับเด็กตาบอดและหูหนวก ต่อมามีการจัดตั้งโรงเรียนสำหรับเด็กสมองพิการ CP และโรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายขึ้นในเวลาต่อมา

    ในปี ค.ศ.1956 กฎหมายการศึกษาของญี่ปุ่นได้ประกาศใช้ครอบคลุมการศึกษาของเด็กพิการด้วยโดยไม่มียกเว้นการเข้าโรงเรียนสำหรับเด็กพิการ เด็กพิการส่วนมากเข้าเรียนในโรงเรียนพิเศษที่จัดตั้งขึ้นสำหรับเด็กพิการแต่ละประเภทโดยเฉพาะ ในปี 1987 มีการจัดตั้งโรงเรียนร่วมตัวอย่างขึ้น เพื่อทดลองจัดการเรียนร่วมและเป็นตัวอย่างแก่โรงเรียนอื่น ต่อมาโรงเรียนประเภทนี้ได้ขยายตัวออกไปหลายแห่งทั่วประเทศ

ระบบการศึกษาพิเศษ

    โรงเรียนการศึกษาพิเศษในญี่ปุ่นมีทั้งโรงเรียนพิเศษและโรงเรียนร่วม โรงเรียนพิเศษมี 3 ประเภทคือ
        1.    โรงเรียนสอนคนหูหนวก (School for the deaf)
        2.    โรงเรียนสอนคนตาบอด (School for the blind)
        3.    โรงเรียนสอนคนพิการ (School for the handicapped)

    โรงเรียนประเภทที่ 3 ยังจำแนกออกเป็นอีก 3 ประเภท คือ โรงเรียนสำหรับเด็กสมองพิการ ที่มีความบกพร่องทางร่างกายเจ็บป่วยเรื้อรัง ซึ่งส่วนมากเป็นเด็กที่มีความบกพร่องขั้นรุนแรง
เด็กที่มีความบกพร่องระดับปานกลาง ได้รับการจัดเข้าเรียนกับเด็กปกติ  ซึ่งมีทั้งเรียนร่วมเต็มเวลา เรียนร่วมบางเวลาและชั้นพิเศษ เด็กเหล่านี้มี 7 ประเภท 5 ประเภท ได้กล่าวถึงข้างบนแล้ว อีก 2 ประเภทได้แก่ เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและเด็กที่มีความบกพร่องทางอารมณ์
เด็กที่จะถูกส่งเข้าเรียนในโรงเรียนพิเศษจะต้องได้รับการคัดเลือก ซึ่งมีขั้นตอนและวิธีการที่กฎหมายกำหนด อนึ่งกฎหมายการศึกษาของญี่ปุ่นกำหนดให้ทุกจังหวัด (Prefecture) จัดตั้งโรงเรียนพิเศษขึ้น 1 โรงเรียน และรับเด็กในบริเวณใกล้เคียงเข้าเรียน

    อาจกล่าวได้ว่าเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่ได้รับบริการทางการศึกษาได้แก่
        1.    เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ขั้นเล็กน้อย – ปานกลาง
        2.    เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ขั้นรุนแรง
        3.    เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ขั้นเล็กน้อย – ปานกลาง
        4.    เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ขั้นรุนแรง (หูหนวก)
        5.    เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูด
        6.    เด็กทีมีความบกพร่องทางสายตา ขั้นเล็กน้อย –ปานกลาง
        7.    เด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา ขั้นรุนแรง (ตาบอด)
        8.    เด็กที่มีความบกพร่องทางอารมณ์
        9.    เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย
        10.  เด็กที่มีความบกพร่องทางสุขภาพ (เจ็บป่วยเรื้อรัง)


หลักสูตร


    กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่น ได้กำหนดให้มีหลักสูตรแห่งชาติสำหรับเด็กปกติ ในขณะเดียวกันก็มีคู่มือการใช้หลักสูตรสำหรับเด็กพิการที่เรียนอยู่ในโรงเรียนเฉพาะด้วย คู่มือเหล่านี้จะให้คำแนะนำและแนวทางในการสอนเด็กพิการตลอดจนเนื้อหาวิชาในหลักสูตรที่จะนำมาสอนเด็กพิการ

การเข้าเรียน

    เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะทำการสำรวจเด็ก หากพบเด็กพิการเจ้าหน้าที่ทางการศึกษาของท้องถิ่นจะให้คำแนะนำให้ผู้ปกครองส่งเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับลักษณะความพิการและความต้องการของผู้ปกครอง กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นได้กำหนดระเบียบเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ เด็กพิการส่วนใหญ่จะเรียนในโรงเรียนพิเศษ หรือชั้นพิเศษในโรงเรียนปกติ เด็กที่เรียนในโรงเรียนพิเศษมีประมาณร้อยละ 43 ในขณะที่ร้อยละ 57 เรียนในชั้นพิเศษในโรงเรียนปกติ

ระบบห้องเสริมวิชาการ(Resource Room System)

    ห้องเสริมวิชาการเป็นระบบการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องที่ไม่รุนแรงนัก เป็นการจัดการเรียนร่วมชนิดหนึ่ง เด็กที่มีความต้องการพิเศษจะเรียนร่วมกับเด็กปกติในห้องทั่วไป แต่ในบางครั้งบางเวลาเด็กที่มีความต้องการพิเศษจะแยกตัวออกมา โดยมาเรียนที่ห้องเสริมวิชาการนี้ โดยมีครูสอนเป็นกลุ่มย่อยหรือรายบุคคลในส่วนที่เด็กเรียนไม่ทัน ระบบนี้มีมากขึ้นในระบบโรงเรียนญี่ปุ่น



  Copyright 2005-2012 baanmaenok.com All rights reserved.
view