หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา การเรียนของลูก รู้ก่อนลูกป่วย อาสาสมัคร ความรู้จากญี่ปุ่น

เมนู

 
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

ไดอารี่แม่นก ตอนที่5 "แก้ความกลัวด้วยความรู้"

ไดอารี่แม่นก ตอนที่5 "แก้ความกลัวด้วยความรู้"


แก้ความกลัว...ด้วยความรู้


          เมื่อความพิการของลูกได้รับการพิสูจน์และยืนยันจากคุณหมอหลายโรงพยาบาล ซึ่งคำตอบก็ตรงกันทุกที่ ฉันจึงต้องยอมรับความจริงว่าลูกพิการ แม้มันทำให้ครอบครัวของเราเจ็บปวดและทรมานจากความจริงก็ตาม แต่อย่างน้อยเราก็อยู่กับปัจจุบัน ถ้าฉันยอมรับความจริงไม่ได้ คนที่จะแย่กว่าฉันก็คือ “ลูก” ปากเราบอกว่ารักลูก แต่ทำใจไม่ได้สักที ลูกเราก็จะแย่ มันแสดงให้เห็นทันทีว่าเรารักตัวเองมากกว่าลูก

          เหตุผลนี้แหละที่ทำให้ฉันต้องรีบทำใจ รีบเข้าใจความจริงให้เร็ว ความเศร้า ความเสียใจ...แน่นอนมันจะต้องมี แต่อย่าให้มันยาวนานเกินไป ต้องรีบทำจิตใจให้เข้มแข็ง มีสติ...คิดหาวิธีต่างๆ เพื่อช่วยรักษาลูกจะดีกว่า

          หมอ...คงเป็นหนทางรักษาลูกอย่างดี...ตอนนั้นฉันคิดอย่างนั้น ถ้าได้คุณหมอที่เก่งๆ ถ้าเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่ง...ลูกหินก็คงจะมีอาการดีขึ้น มันเป็นความคิดพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี ลูกป่วยรุนแรง...ฉันเองก็ไม่แตกต่าง เราฝากความหวังและความฝันทั้งหมดไว้ที่นี่ เชื่อมั่นว่าหมอทุกแผนกจะทำให้ลูกเราดีขึ้น ใครว่าหมอที่ไหนดี รักษาเก่ง เราจะพาไปเข้าคิวรักษา เพียงหวังว่าเขาจะทำให้อาการลูกของเราดีขึ้นบ้าง

          คืนหนึ่งในวันอาทิตย์ ฝนตกฟ้าร้อง เสียงดังคำรามตลอดทั้งคืน

          เด็กน้อยวัยเพียง 7-8 เดือน กำลังนอนหงาย มือทั้งสองข้างกำแน่น ขายืดยาวเกร็ง ปลายเท้าจิก ตาหลับไม่ลง...คงเป็นเพราะเสียงฟ้าร้องที่ดังอย่างต่อเนื่อง ลูกหินนอนเกร็งทั้งตัว และเพิ่มปริมาณการเกร็งมากขึ้น...มากขึ้นจนในที่สุด...ตัวลูกหินเปลี่ยนจากเกร็งเป็นสั่นกระตุกไปทั่วร่าง

          ฉันต้องทนเฝ้าดูลูกทรมานและเจ็บปวดใจเหลือเกิน...น่าแปลก หัวใจเป็นอวัยวะที่อยู่ภายใน ทำไมฉันถึงรู้สึกเจ็บปวดได้ ไม่รู้จะทำยังไงให้ลูกดีขึ้นจากอาการเกร็งที่รุนแรงนั้น ทำกายภาพที่โรงพยาบาล...เราก็ไปอย่างสม่ำเสมอ ไม่เคยขาด

          แต่อาการของลูกคืนนี้น่ากลัวมาก ฉันจะทำยังไงให้ลูกหินไม่เกร็งและกระตุกขนาดนี้ รู้สึกสงสารลูกจับใจ น้ำตาไหลคลอเบ้าตาตลอดเวลา

          ไม่รู้จะทำยังไงดีเพื่อช่วยลูก...ถ้าเป็นได้...ฉันขอเป็งซะเองยังจะดีกว่า

           ฉันเอาผ้าเช็ดตัวพันห่อตัวลูกชายไว้ แล้วกอดไว้แน่น หวังว่าอ้อมกอดของฉันจะทำให้ลูกจะหายสั่น แทบไม่น่าเชื่อ !!!! เด็กตัวเล็กนิดเดียวแต่มีแรงเยอะมาก...มากจนฉันอุ้มไม่ไหว เลยต้องเปลี่ยนให้นอนบนเตียงแทน แล้วโน้มตัวลงไปกอดเพื่อช่วยให้ลูกหายสั่น แต่ทำยังไงลูกก็ไม่หยุดสั่นสักที

           คืนนั้น...เราต้องทนเห็นลูกทรมานจากการเกร็งทั้งคืน โดยที่แม่อย่างฉันช่วยอะไรเค้าไม่ได้เลย ได้แต่นั่งน้ำตาไหลรินอยู่ข้างๆ สงสารลูกจับหัวใจ ได้แต่นั่งดูเวลา...เร่งเวลาให้เช้าเร็วๆ เพื่อจะได้พาลูกไปทำกายภาพ เพราะคิวของลูกต้องทำกายภาพทุกวันจันทร์ ฉันแอบฝากความหวังทั้งมวลไว้ที่นักกายภาพ ว่าเขาจะสามารถช่วยให้ลูกชายของฉันหายสั่นจากอาการเกร็งแบบนี้ได้

           ครอบครัวเราออกเดินทางกันแต่เช้า เพื่อไปรอนักกายภาพ ท่านเองก็ใจดีพอสมควร...ให้คิวลูกหินก่อนอันดับแรก แถมให้เวลา 1 ชั่วโมงสำหรับการทำกายภาพ

           เมื่อถึงเวลานัด...เราเล่าอาการของลูกหินให้ฟังว่า เค้ามีอาการเกร็ง สั่นและกระตุกไปหมด ขนาดมาถึงมือนักกายภาพลูกหินก็ยังกระตุกอยู่เลย

           ฉันได้แต่ภาวนาว่า วันนี้นักกายภาพคงช่วยทำกายภาพจนลูกหินหยุดสั่นได้ 

           นักกายภาพบอกเราว่า นี่คืออาการเกร็งที่มีปริมาณมาก บวกกับฝนตกฟ้าร้อง เด็กเกิดการตกใจกลัว...และไม่ชอบ เลยทำให้เกร็งไม่หยุด พอเกร็งมากเข้ามันก็จะสั่นด้วย

           วันนั้นท่านเองก็กายภาพลูกหินอย่างสุดความสามารถ...แต่ลูกหินก็ยังสั่นต่อไปไม่หยุด เพียงแต่สั่นน้อยลง นักกายภาพก็ยังไม่สามารถช่วยลูกตามที่ฉันแอบหวังไว้ได้ แสดงว่าวิธีที่ฉันช่วยลูกโดยการพึ่งพาหมอ ปฏิบัติตามคำสั่งของหมอ มันไม่เพียงพอต่อการรักษาลูกเลย...เค้าถึงได้ทรมานอย่างนี้

           ฉันลองเกร็งตัวดูประมาณ 5 นาที รู้สึกว่าปวดอย่างมาก มันปวดตึงไปหมดทั่วบริเวณที่ทดลอง อยากรู้ว่าลูกเค้าจะทรมานขนาดไหน...ยังไง? เลยทดลองทำเอง แล้วก็แปลกใจว่าลูกทนได้อย่างไร หมอเองก็บอกว่าลูกหินเป็นชนิดเกร็งทั้งตัว...ตลอดเวลา ขนาดฉันทดลองเพียง 5 นาที ยังรู้สึกทรมานเลย ลูกเป็นเด็กเก่งมาก...ที่สามารถทนอะไรได้นานขนาดนั้น

           แล้วจะไม่ให้ฉันอดทนเพื่อลูกได้อย่างไร?

           ลูกเกร็งตลอด 24 ชม. × 7 วัน = 168 ชม. แต่เรากายภาพเพียง 1 ชม. เท่ากับลูกเกร็ง 167 ชม. ซึ่งจะสบายตัวเพียง 1 ชม.เท่านั้น

            มิน่าลูกถึงได้สั่นไปทั้งตัว ถ้าฉันมัวแต่ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น รอนักกายภาพมารักษาลูก ลูกก็ต้องทรมานอย่างนี้ไปเรื่อยๆ บอกกับตัวเองว่าฉันจะทำทุกวิถีทาง...ไม่ให้เหตุการณ์ฝนตกฟ้าร้องอย่างคืนนั้นทำให้ลูกทรมานอีกเป็นครั้งที่ 2 อย่างแน่นอน 

            ฉันจดท่าทางต่างๆ ที่เห็นนักกายภาพทำให้ลูกแล้วแปะไว้ข้างฝาบ้าน เมื่อไหร่ที่ลืมก็จะสามารถอ่านได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดสมุดบันทึก

            ต้องช่วยลดอาการเกร็งของลูกให้ได้ ควรรักลูกอย่างมีสติ หาความรู้เรื่องโรคที่ลูกเป็นอยู่อย่างสม่ำเสมอ และคิดว่าวิธีนี้น่าจะเป็นอีก 1 วิธี ที่จะช่วยลูกให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ไปได้ 

            นั่นแค่เรื่องเกร็ง ซึ่งเป็นปัญหาแรกที่เราต้องฟันฝ่า...ได้บ้างไม่ได้บ้าง 

            มันส่งผลให้ลูกหินหลับบ้าง ไม่หลับบ้าง ...

            และกลายเป็นปัญหาใหญ่...ตามมา


ไดอารี่ลูกหิน...

          “คุณพยาบาลคะ เรากายภาพลูกหินตั้งนาน แต่ทำไมลูกถึงยังไม่หยุดสั่นอีกคะ?”

          หนูได้ยินแม่พูดกับคุณพี่คนสวย แต่นอนนั้นผมชักเริ่มเบลอเพราะรู้สึกง่วงมาก สักพักคุณพี่พยาบาลก็ตอบแม่ว่า…

          “อ๋อ เป็นเพราะลูกหินเค้าเกร็งมาก มันไม่สามารถทำให้คลายได้ในทันทีค่ะ ต้องค่อยๆ คลายนะคะ”

          ฮืม...หนูรักแม่ที่สุดในโลกเลย...

          ใช่ครับแม่ หนูไม่รู้ว่าทรมานมันคืออะไร รู้แต่ว่าตัวมันหนักขึ้น หนักขึ้นเรื่อยๆ จนหนูกระตุกไปเอง...ไม่ได้แกล้งทำนะครับ มันเป็นของมันเอง ร่างกายของเรา...เราบังคับมันได้ด้วยเหรอแม่?



                              



  Copyright 2005-2012 baanmaenok.com All rights reserved.
view