หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา การเรียนของลูก รู้ก่อนลูกป่วย อาสาสมัคร ความรู้จากญี่ปุ่น

เมนู

 
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

ไดอารี่แม่นก ตอนที่4 "เริ่มต้นรักษา"

ไดอารี่แม่นก ตอนที่4 "เริ่มต้นรักษา"


เริ่มต้นรักษา



          การต่อสู้กับโรคทางสมอง ได้เริ่มต้นขึ้นโดยมีชีวิตน้อยๆ เป็นเดิมพัน และฉันรู้เพียงอย่างเดียวว่าต้องชนะ เพราะถ้าแพ้...มันหมายถึงชีวิตของลูกที่จะอยู่กับเราได้ไม่นาน

          แต่อุปสรรคด่านแรกที่เราต้องสู้กลับไม่ใช่อาการของโรคที่เกิดกับลูก แต่มันเป็นระบบการรักษาในโรงพยาบาลรัฐบาล...อาจเป็นเพราะประเทศเรายังกำลังพัฒนาอยู่ ทำให้หมอกับคนไข้ไม่ได้สัดส่วนกัน หมอ 1 คน แต่คนไข้อาจมีเป็นร้อยก็ได้ เลยทำให้ท่านไม่มีเวลาพอที่จะอธิบายในสิ่งที่ฉันอยากรู้ อยากเห็น ซึ่งในความเป็นจริงมันเป็นอย่างนั้น 

          คนไข้มีมาก...มากจนครั้งหนึ่งถึงคิวตรวจลูกตอนบ่ายโมง ฉันและสามีไปรอตรวจตั้งแต่ 11.30 น. ก่อนเวลาตรวจนัดเสียอีก แต่ปรากฏว่าได้คิวตรวจเป็นคนสุดท้าย...ตอน 4 โมงเย็น 

          พอ 4 โมงปุ๊บ คุณหมอหยุดตรวจปั๊บ ท่านอาจจะเหนื่อยล้าจากงาน เลยทำให้เราต้องหอบหิ้วลูกไปตรวจห้องฉุกเฉินอย่างทุลักทุเล

          วันนั้น...หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจลูกแล้ว เราพากันกลับบ้าน...แทบจะไม่มีแรงทำอะไรต่ออีกเลย สงสารลูกจับหัวใจ สงสารตัวเอง ทำไมมันถึงทรมานอย่างนี้? สามีสุดที่รักก็ไม่บ่นสักคำ แต่อย่างน้อยเราก็มีครอบครัวที่อบอุ่น แม้มันจะทุกข์เพราะเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราก็มีความสุขที่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา...พ่อ แม่ ลูก

          “วันนี้เรารีบนอนพักผ่อนกันเถอะ พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาสู้กันใหม่นะลูกรัก”

          ฉันคิดเสมอว่า ถ้าเหนื่อยนักก็หยุดพักให้ร่างกายหายเหนื่อยซะบ้าง แต่จิตใจฉันต้องเข้มแข็ง และสั่งก้องหูตัวเองตลอด

          เราเพิ่งจะเริ่มต้นช่วยลูก คงยังมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องได้เจอ จะหนักหนาสาหัสแค่ไหน ฉันพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหานั้น...เพื่อลูก

          หลักจากพบหมอระบบประสาทในเด็กแล้ว คุณหมอก็ส่งต่อมายังแผนก…

          ระบบ : พัฒนาการเด็ก
          ระบบ : เวชศาสตร์ฟื้นฟูเด็ก
          ระบบ : กายภาพในเด็ก
          รวมเป็น 4 เรื่องที่เราต้องไปหาหมอและรักษาลูก

          เมื่อไปแผนกระบบพัฒนาการเด็ก คุณหมอยังคงพูดเหมือนกันว่าลูกของเราไม่มีพัฒนาการ เช็คเดือนแล้วเดือนเล่า...คำตอบก็ยังเหมือนเดิม แต่ฉันไม่เคยถอดใจในการรักษา ถึงแม้ผลของมันจะไม่คืบหน้าเลยก็ตาม และคิดว่า...นี่คือสิ่งที่ช่วยลูกอย่างถูกทางของเรา


ระบบเวชศาสตร์ฟื้นฟู

          ลูกหิน...เด็กอายุ 7-8 เดือน ฉันต้องคอยสังเกตว่ามีข้อขา ข้อเท้า หรือส่วนไหนในร่างกายยึดติดบ้าง คุณหมอบอกว่า ข้อต่างๆ เริ่มจะยึดแล้ว ต้องรีบส่งตัวลูกหินไประบบกายภาพเด็กทันที



          เราได้คิวกายภาพ ทุกวันจันทร์... 1 ชม. ตั้งแต่ 9.00 - 10.00 น. ต้องพาลูกหินไปกายภาพทุกๆสัปดาห์...สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

          การรักษาของลูกเริ่มเยอะขึ้น ฉันเริ่มจดบันทึกสิ่งต่างๆ ที่เป็นความรู้ของลูกเอาไว้ เพราะต้องอ่านซ้ำ ทบทวน และทำตามคำสั่งของทุกหมอที่มารักษาลูก 

          ฉันเริ่มบันทึก 26 ม.ค. 2544

          “แม่เริ่มเขียนบันทึก ประวัติสุขภาพของลูกชาย ตั้งแต่ วันที่26 ม.ค.2544”

          ขณะนี้อายุลูกชาย 6 เดือน 20 วัน


พัฒนาการ ณ ปัจจุบัน

การมองตา : ได้แค่มอง แต่มองไม่ตลอด มองๆ หยุดๆ เวลาให้ดูโมบายก็จะดูตามโมบาย หมุนได้บ้างไม่ได้บ้าง

การได้ยิน : เวลาเรียกส่วนมากจะทำตาโต หันตามเสียง ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง เคยทดสอบบีบของเล่น เสียงดังมากๆ ด้านซ้ายก็จะหันซ้าย บีบด้านขวาก็จะหันขวา พอทำเหมือนเดิมซ้ำอีก 2-3 รอบ ก็จะหันผิดไปเลย

การพูดคุย : ไม่พูด ไม่คุย เอาแต่ร้องไห้อ้อนให้อุ้มโดยไม่มีน้ำตา พออุ้มจะหยุดร้อง หรือบางทีก็โกรธจัดเวลาแม่ไม่อุ้ม พออุ้มก็จะร้องเสียงดังยิ่งกว่าเดิมอีก...แต่ยังไม่ยอมยิ้มอยู่ดี

คอ : คอแข็งบ้าง อ่อนบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะอ่อน และกำหมัดแน่นอยู่ตลอดเวลา

          เราจะรู้ว่าลูกพัฒนาไปได้ขนาดไหน ก็ต้องจดตั้งแต่ครั้งแรกที่ลูกทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้บ้างก่อน จากนั้นฉันฝึกลูกทุกวัน...แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าต้องฝึกอะไร? ทันทีที่ไปหาหมอ...ฉันจะรีบจดและจำทุกอย่างที่เขาแนะนำมา

          วันไหนไม่ได้ไปหาหมอเราก็จะฝึกกันเองที่บ้าน...ถูกบ้างผิดบ้าง แต่พยายามทำตามที่คุณหมอบอกและรักษาให้ลูก...ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วปล่อยให้เวลาผ่านไป หมอเองก็สอนให้คุณพ่อคุณแม่กลับไปทำที่บ้าน แต่ช่วงที่สอนเวลาช่างน้อยนิดเหลือเกิน ดังนั้นเราจึงต้องรีบจด เพราะถ้าลืมก็ไม่รู้จะหันหน้าไปถามใคร

          “ลูกสอนให้รู้ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

          ฉันทำตาราง...คอยจดบันทึกผลการฝึกของลูกทุกวัน เพื่อต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง คิดว่าคงต้องใช้เวลาจึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ลูกหินอาจใช้เวลาเป็นปีๆ แต่ไม่ว่านานแค่ไหนฉันก็จะรอ เพราะเรารู้ว่าอาการของลูกเป็นเยอะ ฉันจึงต้องอดทนอย่างมาก ต้องฝึกลูกทุกวัน...ทุกวัน และคิดว่าไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของเราไปได้


หัวข้อที่ต้องจด

          • การพัฒนาการของลูก
          • การกินของลูก
          • การนอนของลูก
          • อุจจาระของลูก
          • อาการเกร็งของลูก
          • การไปหาหมอของลูก
          • เรื่องยาที่ลูกกิน

         
          ฉันถือสมุดบันทึกเล่มนี้ไปหาหมอทุกครั้ง เพื่อหมอจะได้รักษาต่อได้สะดวก ลดเวลาการค้นหาสาเหตุที่ลูกป่วย การรักษาจะได้เร็วขึ้น เพราะทุกนาทีของลูกสำคัญเสมอ 

          ถ้าลูกรักษาได้เร็ว...เค้าก็จะทรมานน้อยลง...ฉันคิดอย่างนี้เสมอ

  Copyright 2005-2012 baanmaenok.com All rights reserved.
view