หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา การเรียนของลูก รู้ก่อนลูกป่วย อาสาสมัคร ความรู้จากญี่ปุ่น

เมนู

 
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

ดูแลเมื่อเลือดกำเดาไหล

ดูแลเมื่อเลือดกำเดาไหล


การปฐมพยาบาลเมื่อเด็กเลือดกำเดาไหล
       “เลือดกำเดาไหล” คือภาวะเลือดออกจากรูจมูก เกิดจากความเปราะบางของเส้นเลือดฝอยในจมูก โดยทั่วไป ภาวะเลือดกำเดาไหลไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่มักก่อให้เกิดความกังวลใจแก่เด็ก พ่อแม่ และครู หากพบคราบเลือดแห้งบนเสื้อผ้าเด็ก เครื่องนอน หรือพบคราบเลือดในจมูก สำหรับอาการเลือดกำเดาไหล เลือดมักหยุดได้เองภายใน 10-15 นาที ปริมาณเลือดที่สูญเสียจะไม่มากจนทำให้เกิดอาการช็อคหรือภาวะซีดได้ เมื่อโตขึ้นอาการจะห่างออกและหายได้เองในที่สุด 

สาเหตุ
      เด็กที่มีไข้ เป็นหวัด เป็นโรคแพ้อากาศ หรือเด็กที่ชอบแคะจมูก อาจมีอาการเลือดกำเดาไหลได้  เลือดกำเดาไหลในเด็กโตหรือวัยรุ่น อาจมีสาเหตุจากเนื้องอกในจมูก  หากมีเลือดออกที่อวัยวะอื่นร่วมด้วย เช่นจุดเลือดออกหรือจ้ำเลือดบริเวณผิวหนัง อาจมีสาเหตุมาจากโรคอื่นๆ เช่น ไข้เลือดออก โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคไขกระดูกไม่ทำงาน  และเกล็ดเลือดต่ำ 

การดูแล
      ความรู้และทักษะในการปฐมพยาบาลเด็กที่มีอาการเลือดกำเดาไหล เป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ที่ควรรู้ การปฐมพยาบาลอาการเลือดกำเดาไหลทำได้โดยจัดเด็กในท่านั่งและโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย อย่าให้เด็กนอนหงาย เพราะจะทำให้ผู้ช่วยเหลือเด็กมองไม่เห็นเลือดที่ไหลออกมา และการนอนหงายไม่มีส่วนช่วยให้เลือดหยุดเร็วขึ้น ทั้งอาจทำให้เกิดอาการสำลักได้ง่าย ให้กดที่บริเวณจมูกข้างที่มีเลือดออกหรือทั้งสองข้าง โดยกดบริเวณด้านข้างเหนือรูจมูกและส่งแรงกดไปยังแกนกลางของจมูก เลือดจะหยุดได้ภายใน 5 นาทีระหว่างกดจมูก ให้เด็กหายใจทางปาก การใช้น้ำเย็นประคบบริเวณจมูกไม่มีประโยชน์นัก    

การป้องกัน
      การป้องกันมิให้เกิดซ้ำทำได้ยาก ควรรักษาโรคที่เกิดร่วมด้วย และดูแลไม่ให้เด็กแคะจมูก ยาลดน้ำมูกซึ่งช่วยให้เส้นเลือดในจมูกหดตัว หรือวิตามินซีซึ่งช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดซ้ำได้บ้าง 

คำแนะนำ         
      กรณีที่เลือดออกปริมาณมาก และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วไม่ได้ผล มีอากรหน้ามืดเป็นลม มีจ้ำเลือดที่ผิวหนังหรือมีเลือดออกที่อวัยวะอื่นร่วมด้วย หรือมีอาการที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก หรือเกล็ดเลือดต่ำ  มีไข้สูง อาเจียน ปวดท้อง ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

  Copyright 2005-2012 baanmaenok.com All rights reserved.
view