หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา การเรียนของลูก รู้ก่อนลูกป่วย อาสาสมัคร ความรู้จากญี่ปุ่น

เมนู

 
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

ดูแลวิธีดูดเสมหะ

ดูแลวิธีดูดเสมหะ


วิธีดูดเสมหะสำหรับเด็ก

       การดูดเสมหะทางจมูกและปาก (Oropharyngeal Suctioning)  การดูดเสมหะทางจมูกและปากเป็นการดูดเสมหะผ่านทางท่อหายใจทางจมูก Nasopharyngeal tube หรือ nasal airway ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อยาวภายในกลวงลักษณะของท่อโค้งและมีความยืดหยุ่นให้สามารถสอดใส่เข้าทางรูจมูกผ่านไปถึงโพรงจมูกด้านหลัง (nasophgryngeal) ได้สะดวกหรือดูดเสมหะผ่านทางท่อหายใจทางปาก (Oropharyngeal tube หรือ oral airway) ซึ่งเป็นท่อขนาดใหญ่กว่าสอดใส่เข้าทางปากผ่านช่องปาก (Oropharyngeal) ไปถึงโคนลิ้น

วัตถุประสงค์ของการดูดเสมหะ
     1. ป้องกันเสมหะอุดกั้นทางเดินทางหายใจส่วนบน 
     2. ลดอาการคัดจมูกหรือหายใจลำบาก 
     3. เพื่อขับเสมหะออกจากทางเดินหายใจส่วนบน 
     4. เพื่อกระตุ้นให้เกิดการไอขับเสมหะ 
     5. ป้องกันการสำลักสิ่งแปลกปลอมเข้าปอด เช่น น้ำ เลือด อาเจียน


การประเมิน
    1. สังเกตลักษณะการหายใจค่อนข้างแรงมาก อัตราการหายใจเร็ว 
    2. ฟังเสียงปอดได้ยินเสียงเสมหะ  
    3. ผู้ป่วยมีอาการรู้สึกเหนื่อย หายใจลำบาก ได้ยินเสียงดังขณะหายใจเข้าและหายใจออก 
    4. มีอาการซึมลง 
    5. การไอไม่มีประสิทธิภาพที่จะขับเสมหะออกได้ 
    6. ลักษณะเสมหะ เหนียว และมีจำนวนมาก 
    7. อาเจียนหรือขย้อนอาหารอยู่ในปาก 

    ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล มีเสมหะอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถไอขับเสมหะออกมาได้
ขนาดของสายดูดเสมหะที่เหมาะสม

      

      - ผู้ใหญ่ ใช้ขนาด 12-14 French        
      - เด็ก ใช้ขนาด 8-10 French         
      - ทารก ใช้ขนาด 5-8 French

      อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมีดังนี้คือ 1. เครื่องดูดเสมหะปรับระดับตามความเหมาะสม  2. สายดูดเสมหะที่สะอาดปราศจากเชื้อ  4. ถุงมือสะอาดปราศจากเชื้อ  5. ขวดใส่น้ำสะอาด 500-1000 ซีซี สำหรับล้างสายดูดเสมหะที่ใช้แล้ว ภาชนะใส่น้ำยา ฆ่าเชื้อ เช่น Savion 1:3 สำหรับแช่สายดูดเสมหะที่ใช้แล้ว

วิธีการดูดเสมหะทาง Oral airway  การปฏิบัติ เหตุผลที่เราจะต้องทำคือ
     1. ล้างมือให้สะอาด - เพื่อลดการแพร่ของเชื้อโรค 
     2. สวมถุงมือทั้ง 2 มือ - หลีกเลี่ยงการเปื้อนเสมหะและติดเชื่อทางเดินหายใจ
     3. ให้ผู้ป่วยอ้าปาก แล้วใช้ไม้กดลิ้น
         - เพื่อให้ใส่ oral airway ได้ง่าย กดบริเวณกึ่งกลางลิ้น ไม่เกิดการบาดเจ็บในช่องปาก 
     4. จัดท่าผู้ป่วยให้นอนตะแคงศีรษะต่ำเล็กน้อย - เพื่อช่วยให้เสมหะออกได้สะดวก ไม่เกิดการสำลักเข้าปอด  5. วางชามรูปไตไว้ใต้คาง
         - ป้องกันเสื้อผ้าผู้ป่วยเปื้อน 
     6. หยิบสายดูดเสมหะต่อกับเครื่องดูดเสมหะแล้ว
         - ปรับความดันในการดูดเสมหะที่ตรวจสอบแรงดันโดยใช้นิ้วปิดปลายของสายดูด เหมาะสม 
     7. หล่อลื่นสายดูดเสมหะจากปลายขึ้นมาประมาณ
         - ป้องกันการระคายเคืองเยื่อบุทางเดิน 3- 4 นิ้วหายใจส่วนบนในขณะใส่สายดูดเสมหะ 
     8. ใส่สายดูดเสมหะเข้าทาง Oral airway
         - ป้องกันการดูดจากเครื่องในขณะ โดยเปิดปลายด้านหนึ่งของท่อต่อตัว Y จนสายเข้า ใส่สาย ซึ่งจะทำให้เกิดการบาดเจ็บ ผ่าน oropharynx จนผู้ป่วยเริ่มไอและถอย ต่อเนื้อเยื่อ สายดูดออกมาประมาณ 1” 
     9. ดูดเสมหะโดยการหมุนสายไปรอบ ๆ แล้วค่อย ๆ
         - เพื่อให้ดูดเสมหะได้ทั่ว และป้องกัน  ดึงสายขึ้น ขณะที่ดูดให้ปิดรูด้านที่เปิดไว้ของ การดูดถูกเยื่อบุผิวจะทำให้เกิดการ บาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ 


รูปแสดงการใส่สายดูดเสมหะทางปาก
      ข้อแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูดเสมหะให้มีประสิทธิภาพ ก่อนดูดเสมหะควรจัดท่าเคาะปอดเพื่อระบายเสมหะ

การจัดท่าเพื่อระบายเสมหะ ( Position)

    เรียกอีกอย่างว่า Chest Physical Therapy เป็นการจัดท่านอนเพื่อระบายเสมหะในผู้ป่วยที่มี เสมหะคั่งในปอดมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็น ปอดบวม มักจะทำก่อนที่จะมีการเคาะปอด

หลักการ

    - อาศัยแรงโน้มถ่วงของโลก ช่วยระบายเสมหะจากส่วนต่างๆ ของปอด โดยจัดให้ส่วนของปอดที่มีเสมหะอุดตัน อยู่สูงกว่าทางออกของหลอดลม
    - ให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าต่างๆ ประมาณ 15 นาที ถ้าใช้การจัดท่าเพียงวิธีเดียว ถ้าใช้ร่วมกับการเคาะและสั่นสะเทือน ทําเพียงท่าละ 2-5 นาที


ในเด็กเล็กสามารถจับนั่งตักแล้วเคาะได้เลย

     


หลักการทั่วไปเคาะปอดให้มีประสิทธิภาพ

      การจัดท่า  เพื่ออาศัยแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้เสมหะไหลออกจากหลอดลมเล็กส่วนปลายเข้าสู่หลอดลมใหญ่ตรงกลาง  เมื่อเด็กไอเสมหะจะถูกขับออกมาได้มากขึ้น   การเคาะ  ใช้อุ้งมือ (ดังรูป)  ไม่ควรใช้ฝ่ามือ  ควรทำมือให้เป็นลักษณะคุ้ม  นิ้วชิดกัน ที่เรียกว่า cupped hand เคาะบริเวณทรวงอกส่วนที่ต้องการระบายเสมหะ  ใช้ผ้ารองบนส่วนที่จะเคาะ  การเคาะแต่ละท่าควรใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 1-3 นาที หรือนานกว่านั้นถ้ายังมีเสียงเสมหะมากอยู่   ขณะเคาะหากเด็กไอ  ควรใช้ การสั่นสะเทือนช่วย โดยใช้มือวางราบ พร้อมทั้งเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณต้นแขนและหัวไหล่ทำให้มือสั่น ในระหว่างที่กำลังไอหรือช่วงที่เด็กหายใจออก  ฝึกการไอ ให้มีประสิทธิภาพ  (ทำได้เฉพาะเด็กที่ รู้เรื่อง สามารถเข้าใจและทำตามคำอธิบายได้) ฝึกได้โดยให้เด็กหายใจเข้าเต็มที่ช้า ๆ  กลั้นไว้สักครู่  และไอออกมาโดยเร็วและแรง ควรทำการระบายเสมหะ ก่อนมื้อนมหรืออาหาร หรือขณะท้องว่าง หรืออย่างน้อย 2 ชั่วโมง หลังอาหาร เพื่อป้องกันการสำลักและอาเจียน

การจัดท่าเคาะปอด

     ท่าที่ 1   ปอดกลีบซ้ายบนส่วนยอด
                  จัดให้เด็กอยู่ในท่านั่งเอนตัวมาข้างหลังประมาณ 30°เคาะบริเวณด้านบน  เหนือทรวงอกด้านซ้าย ระหว่างกระดูกไหปลาร้าและกระดูกสะบัก

     ท่าที่ 2   ปอดกลีบซ้ายบนด้านหน้า
                  จัดท่านอนหงายราบ เคาะบริเวณเหนือราวนมต่ำจากกระดูกไหปลาร้าเล็กน้อย

     ท่าที่ 3   ปอดกลีบซ้ายส่วนกลาง
                  จัดท่าให้ศีรษะต่ำลงประมาณ 15° และตะแคงด้านซ้าย จากแนวราบ  และเคาะบริเวณราวนมด้านซ้าย

     ท่าที่ 4   ปอดกลีบซ้ายล่างส่วนชายปอดด้านหน้า
                  จัดให้เด็กนอนตะแคงกึ่งคว่ำหน้า ศีรษะต่ำ 30°ประคองทรวงอกบริเวณชายโครงด้านซ้ายหงายขึ้นมา  เล็กน้อยเคาะบริเวณเหนือชายโครงด้านข้างตอนหน้าต่ำจากราวนมลงมาเล็กน้อย

     ท่าที่ 5    ปอดกลีบซ้ายล่างส่วนปอดด้านข้าง
                   จัดท่าศีรษะต่ำ 30° นอนตะแคงเกือบคว่ำเคาะบริเวณด้านข้างเหนือชายโครงระดับเดียวกับท่าที่ 5  ใต้ต่อรักแร้ของเด็ก

     ท่าที่ 6  ปอดกลีบซ้ายล่างส่วนหลัง
                 จัดท่าศีรษะต่ำ 30° นอนคว่ำ  เคาะบริเวณด้านหลังต่ำจากกระดูกสะบักลงมาในระดับเดียวกับชายโครงด้านหน้า  

  Copyright 2005-2012 baanmaenok.com All rights reserved.
view