หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา การเรียนของลูก รู้ก่อนลูกป่วย อาสาสมัคร ความรู้จากญี่ปุ่น

เมนู

 
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

บทความโดสะโฮ

บทความโดสะโฮ

ฉันทนเหนื่อยได้...เพื่อเด็กพิการ 12 ครอบครัว



งานใหญ่ และเหนื่อยที่สุดในชีวิตเริ่มเกิดขึ้น


18 ก.ค. 2551


    ตื่นแต่เช้า ไปซื้อดอกไม้ พวงมาลัยถวายพระ สวดมนต์ทั้งคาถาพระไตรปิฏก ทั้้งคาถาชินบัตร ทั้งคาถาสวดบารมี 10 ทิศ และอื่นๆ อีกมากมาย ใช้เวลาสวดประมาณ 1 ชั่วโมง พร้อมขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทิธิ์ช่วยดลบันดาลให้งานเข้าค่ายของเด็กพิการผ่านลุล่วงไปด้วยดี โดยไม่มีอุปสรรคขวางกั้น

    14.00 น. คุณพ่อท่านหนึ่งในบรรดา 12 ครอบครัว โทรมาหาฉันพร้อมบอกว่า “แม่นกครับสงสัยน้องจะไปไม่ได้เพราะเป็นทอมซิลอักเสบ มีหนองด้วย”  พอสิ้นเสียงโทรศัพท์ ฉันกระวีกระวาดรีบโทรศัพท์ ว่าใครจะสามารถมาแทนได้ เพราะเสียดายถ้าไม่ครบ ดังนั้นต้องหาเด็กใหม่มาแทนให้ได้...ฉันโทร โทร โทร หาทุกคนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เด็กอื่นได้โอกาสนั้นแทน โทรแล้ว โทรเล่าก็ยังไม่ได้ โทรหาผู้ปกครองบางคนที่คิดว่าน่าจะไปแทนได้ ก็ยังไม่ได้ โทรหาครูปิ๊ก แล้วก็ได้คำตอบว่า หาไม่ทันก็ไม่เป็นไร 11 คน ก็ 11 คน ค่ะแม่นก เดี๋ยวงานใหญ่จะเสีย ฉันไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ และในใจคิดว่าต้องหาให้ได้เพราะกว่าจะติดต่อ อ.ญี่ปุ่นให้เดินทางมาช่วย มันไม่ใช่เรื่อง่าย ฉันไม่ยอมปล่อยโอกาศทองหลุดมือไปได้แม้จะไม่ใช่ลูกของฉันก็ตามและในที่สุด ก็ได้ครอบครัวน้องเรน มาแทน

    17.00 น. เราเดินทางไปรร.เสนาเพลส บริเวณสะพานควายที่เราจัดงาน ไปเตรียมตัวก่อนล่วงหน้า 1 วัน ไปดูสถานที่ ดูความเรียบร้อย ดูความพร้อมของงาน และไปต้อนรับวิทยากร ที่ทีมญี่ปุ่นส่งคนมาเตรียมงานล่วงหน้า 1 คน เพื่อดูความเรียบร้อยเช่นเดียวกัน


    18.00 น. ไปถึงเสนาเพลส ฉันเช็กอินเข้าห้อง พร้อมกับครอบครัวแม่แยม ที่มาร่วม ช่วยกันทำงาน ส่วนลูกหินอยู่กับน้าจิตร ฉันไปต้อนรับวิทยากร พร้อมเตรียมงานกันจนถึง 20.30 น. กลับมาถึงห้องทุกคนต่างพูดเป็นเสีียงเดียวกันว่า ลูกหินอ้วก มีไข้เกร็ง สงสัยแปลกที่แปลกทางเลยอ้วก
    ความจริงแล้ว ไม่ใช่เลย ฉันพึ่งรู้ว่าลูกรักฉันมาก มากจนยอมทำทุกอย่าง  ทุกทางเพื่อให้คนข้างๆ เอาไม่อยู่ จะได้ตามฉันมาดูแลเค้า ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะทันทีฉันมาเหมือนคลื่นลมทะเลที่กำลังพัดอย่างโหมกระหน่ำ ก็หยุดลงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เพียงคำพูดเบาๆ ข้างหูของลูกว่า “ลูกหินจ๋า แม่มาแล้ว แม่ขอโทษที่ไม่ได้บอกหนูก่อน แม่ไปคุยกับอ.ญีุ่ปุ่นมาลูก เพิ่งเสร็จก็รีบมาหาลูกเลย คืนนี้นอนหลับให้สนิทน่ะลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเราต้องฝึกกันแต่เช้าน่ะลูกรักของแม่” เพียงเท่านี้ ลูกก็หลับตาพร้อมลักยิ้มมุมปากอันเล็กๆ ฉันหอมแก้มไปฟอดใหญ่ ชื่นใจเหลือเกินจ๊ะลูกจ๋า แม่รู้แล้วว่าหนูรักแม่มากขนาดไหน แม่รู้แล้วจ๋า คนดีของแม่
    ฉันพยายามข่มตาให้หลับสนิท..ทำยังไงดีตอนนี้ในหัวมีแต่งาน งาน งาน บอกตัวเองทำไมไม่หลับ แล้วจะมีแรงทำงานพรุ่งนี้หรอ นี่ตี 2 แล้วน่ะ แต่ก็ยังดี ลูกชายคนเก่งของแม่ หลับสนิทข้างกาย คุณพ่อก็งานบริษัทจนไม่สามารถมาช่วยฉันได้ เลยต้องนอนกับลูก 2 คน


20 ก.ค.
2551

    หกโมงเช้า สะดุ้งสุดตัวเพราะเสียงโทรศัพท์ของทางโรงแรมมาปลุก ไม่รีรอ รีบอาบน้ำแต่งตัว ลงไปจัดการข้าวปลาอาหารของตัวเองให้เรียบร้อย เพราะต้องดูแลตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปดูแลคนอื่น ฉันคิดอย่างงั้นเสมอ ภายในงานทุกครอบครัวต่างเริ่มทะยอยมาทีละครอบครัว ทีละครอบครัว...ฉันและแม่แยมมายืนต้อนรับแต่ละครอบครัว พร้อมทั้งบอกว่า ให้ไปเช็กอินเข้าห้องเลย เดี๋ยวงานเราจะเริ่ม 8.30 น. แต่ละคนเตรียมตัวกันมาดีทำให้การพาคนเช็กอินใช้เวลาเล็กน้อยก็จัดการได้หมดอย่างรวดเร็ว ใกล้ 8.00 น. ยังขาดอีก 1 ครอบครัว ฉันพยายามติดต่อแล้วติดต่ออีก จนในที่สุดเสียงโทรศัพท์โทรเข้ามาบอกว่า มาไม่ได้เพราะป่วยกระทันหัน อีกแล้ว รอบที่ 2 งานกำลังจะเริ่มภายในครึ่งชม. นี้แล้ว จะทำยังไง จะหาใครเข้าแทนในวันนี้ ฉันรีบเดินไปหาครูปิ๊กว่า เกิดปัญหาใหม่ และที่สำคัญคือฉันไม่ยอมให้เด็กพลาดโอกาส ต้องหาเด็กที่อยากเข้าโดสะโฮให้ได้ภายในครึ่งชม.นี้ และด้วยความพยายามอย่างแรงกล้า เราได้ครอบครัวใหม่มาแทนอย่างทุลักทะเล โชคดีเด็กไทยจะไม่เสียโอกาสทอง มันเป็นปัญหาเฉพาะหน้าจริงๆ

    งานเริ่มต้นด้วยการแนะนำครอบครัว บรรยายการฝึกโดสะโฮ พวกเราเริ่มแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม เพราะมีวิทยากรมา 3 คน การเริ่มต้นฝึก คือเสียงร้องไห้ของเด็กๆ ทุกคนร้องไห้กระจองงองแง เพราะไม่รู้ว่าใครมาทำอะไร อาจารย์ญี่ปุ่นผู้แสนใจดี บอกคุณแม่เสมอว่าให้ทำช้าๆ ใจเย็น เพราะลูกมีอาการเกร็งมานานเป็นปีๆ แล้วอยู่ๆ เราจะจัดให้เข้ารูปเข้ารอยภายในวันสองวัน เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นคุณแม่ต้องมีความอดทน อดกลั้น ที่สำคัญต้อง ช้าๆ ใจเย็นๆ ด้วยความรักกับลูก

    นี่เป็นคำสอนของอาจารย์ ที่ย้ำเป็นพิเศษ ฉันแอบอิจฉา เพราะอยากฝึกเหมือนกัน แต่เราก็ต้องเสียสละให้โอกาสคนใหม่ก่อน เราต้องไปเรียนรู้เรื่องใหม่คือเป็นคนจัดการในค่ายให้งานออกมาสมบูรณ์มากที่สุด ให้ประโยชน์กับคนเข้าอบรมมากที่สุด ฉันอยู่ในห้องประชุมดูความเรียบร้อย แม่แยม ป้ากระรอก ครูปิ๊ก อยู่นอกห้องประชุมเพื่อดูความเรียบร้อยเช่นกัน ทุกคน คนละไม้ คนละมืออย่างขยันขันแข็ง งานนี้ ไม่มีใครเป็นผู้นำ และไม่มีใครเป็นผู้ตาม เราต่างก็รู้หน้าที่ของแต่ละคน และทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด แต่ทุกๆ คนกลับเห็นว่า คนที่วิ่งวุ่นไป วุ่นมามากที่สุดก็คือ ตัวฉันเอง เพราะงานบางอย่างเราต้องลงมือทำเอง ที่สำคัญ คนจัดงานต้องรู้งานให้ครบตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เพราะเราไม่มีโอกาสเรียนรู้งานแบบนี้จากใคร นอกจากต้องทำเอง มันเป็นโอกาสอันดีที่เราได้ทำ แต่ฉันคิดว่า ตั้งแต่จัดงานมา งานนี้เป็นงานที่ฉันเหนื่อยที่สุดในชีิวิตเท่าที่เคยจัดงานมาเลย เหนื่อยชนิดที่เข้าใจคำสุภาษิตว่า เหนื่อยสายตัวแทบขาด  อ๋อ มันเป็นอย่างงี้นี่เอง

    จบเสร็จกิจกรรม เราต้องมาประชุมต่อกับอาจารย์และคณะทีมทำงานงานต่อเรามีบรรดา พ่อๆ แม่ๆ มาร่วมประชุมกับอาจารย์ รวมทั้งหมด 11 คน อ.ธานีซัง ซึ่งเป็นแกนนำวิทยากร นั่งตรงข้ามกัน สายตา อ. ทำให้ฉันรู้สึกว่า ถ้าเราเตรียมงานไม่ดีพอจะไม่สามารถตอบคำถามของท่านได้เลย เพราะท่านถามรายละเอียดในงานทุกเม็ด มันเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่าเราทำการบ้านเตรียมงานมาพร้อมแค่ไหน ฉันคิดว่า ถ้าเราเตรียมตัวไม่ดีจริง ไม่พร้อมจริง วันนั้นเราโดนอัดเละแน่ และผลที่ตามมาก็คือ ปีหน้าท่านจะไม่มาช่วยเราอีก ดังนั้นเราจึงต้องยอมเหนื่อย เพื่อให้งานปีนี้มีประสิทธิภาพที่สุด และแสดงให้เห็นถึงกึ๋นของคนไทยว่า เราเองก็มีศักยภาพไม่แพ้คนญี่ปุ่นเช่นกัน ผลออกมาว่าอาจารย์ประทับใจในงานครั้งนี้ นั่นคือผลจากการทำงานอย่างหนักของพวกเรา

    20.00 น. หลังจากประชุมเสร็จ วิทยากรแยกย้ายกันไปนอน แต่คณะทีมทำงานของเรายังนอนไม่ได้ เพราะต้องเตรียมงานสำหรับวันพรุ่งนี้ ฉันปวดหัวอย่างแรงและคิดว่า แบบนี้หรือเปล่าที่เค้าเส้นเลือดในสมองจะแตก เพราะมันปวดหัว ฉันไม่รู้ตัวเองว่าหน้าตอนนี้เริ่มแดงขึ้น แดงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่แอร์ก็ยังคงเย็นเฉียบ แม่แยมทักเพราะเห็นสีหน้าฉันไม่ดี เลยบอกให้ไปพักผ่อน เพราะถ้าฉันไม่สามารถต่องานพรุ่งนี้ได้ พวกเราทั้งหมดคงแย่  ฉันก็ยังไม่ยอมปล่อยวางอยู่ดี แบบนี้ไม่ดีเลยทำงานจนตัวตาย ก็งานมันยังไม่จบก็นอนหลับไม่ลงเหมือนกัน ฉันรีบดูงานแล้วเริ่มกระจายงาน ทุกคนขยันขันแข็งช่วยกันคนละไม้คนละมือ ฉันเริ่มวางใจ เลยขอตัวไปพักผ่อน

    เดินเข้าไปห้องนอนลูกชาย น้าจิตร และหลานสาว พลางขอความช่วยเหลือจากน้าจิตรว่า คืนนี้ให้ลูกหินนอนกับน้าจิตรน่ะ นกขอตัวไปนอนก่อน น้าผู้แสนเข้าใจตอบอย่างไม่ลังเลเลย ไปเถอะเดี๋ยวคืนนี้น้าดูเอง ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เหนื่อยไม่ใช่น้อยเช่นกัน คืนนี้ฉันต้องเอาตัวให้รอดพักให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วก็รีบเข้าห้องนอน


  Copyright 2005-2012 baanmaenok.com All rights reserved.
view