หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา การเรียนของลูก รู้ก่อนลูกป่วย อาสาสมัคร ความรู้จากญี่ปุ่น

เมนู

 
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

ดูแลเมื่อเด็กสำลัก

ดูแลเมื่อเด็กสำลัก


การปฐมพยาบาลเมื่อเด็กสำลักอาหาร

ปัจจัยภายใน

     • เด็กแรกเกิดที่มีปัญหาอวัยวะเกี่ยวข้องกับการดูดกลืน ผิดปกติ เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ช่องต่อระหว่างทางเดินอาหารกับระบบ ทางเดินหายใจมีปัญหา หรือภาวะหูรูดทางเดินอาหารที่ยังปิดได้ไม่สมบูรณ์
     • เด็กแรกเกิดที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจหรือปอด ทำให้ต้องหายใจเร็วขึ้น จึงมีโอกาสในการสำลักมากกว่าเด็กปกติทั่วไป
     • ปัญหาเรื่องพัฒนาการที่ล่าช้า หรือมีประวัติชัก ก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการสำลักได้ง่ายขึ้น

ปัจจัยภายนอก
     • วิธีการให้นม การให้ลูกดูดนมแม่ โอกาสที่จะเกิดการสำลักมีได้น้อย เพราะน้ำนมแม่จะไหลก็ต่อเมื่อลูกได้ดูดนมแม่ แต่หากให้นมขวด ไม่ว่าลูกจะดูดหรือไม่ดูด นมก็จะไหลออกมา ดังนั้น หากอุ้มให้นมลูกไม่ถูกวิธี เช่น ป้อนนมในขณะที่เด็กนอน ป้อนนมในขณะที่ลูกกำลังร้อง หรือให้ลูกนอนกินนม ก็มีโอกาสทำให้ลูกสำลักได้
     • ปริมาณนม เป็นไปได้ที่เกิดความเข้าใจผิด เกี่ยวกับเรื่องกินของลูก (ร้องเป็นป้อนนม ร้องเป็นป้อนนม) ทำให้ปริมาณนมในกระเพาะมากเกินความต้องการ ทำให้เกิดการสำลักนมออกมา
     • การใช้จุกนมที่ผิดขนาด ไม่เหมาะกับช่วงวัย ก็มีส่วนทำให้ปริมาณนมที่ลูกได้รับมากเกิน

สังเกตจากอาการอย่างไร
     •ระหว่างที่เด็กกินนม แรกๆ เด็กจะไอ มีอาการเหมือนกับจะขย้อนนมหรืออาหารออกมา หากสำลักไม่มาก ก็อาจไอเล็กน้อย 2-3 ครั้งแล้วก็หายไป
     • หากสำลักมาก เด็กจะไอแรงถึงขนาดหน้าเขียว หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ ดังครึดคราด
     • กรณีที่มีอาหารอื่นเข้าไปร่วมด้วย เด็กอาจตัวเขียว มีอาการข้างเคียงตามมา เช่น ไอเรื้อรัง มีเสียงหายใจผิดปกติ ลักษณะแบบนี้ควรรีบพาลูกน้อยพบคุณหมอ
     • บางครั้งการสำลักอาจไม่จำเป็นต้องสำลักขณะที่ลูกกินนม เนื่องจากขณะที่เด็กนอนหลับ หูรูดกระเพาะอาหารจะค่อยๆ ผ่อนคลายตัว ทำให้นมไหลย้อนกลับขึ้นมา

     การสำลักของเหลวในเด็กเล็ก อาจไม่ร้ายแรงมากนัก หากให้นมและดูแลลูกอย่างถูกวิธี เพราะหากของเหลวเข้าไปถึงหลอดทางเดินอาหาร กลไกในร่างกายจะสามารถดูดกลืนได้เองตามปกติแต่หากเป็นการสำลักวัตถุแปลกปลอม ที่หลุดเข้าไปในปาก เมื่อวัตถุไหลลงไปถึงหลอดลม ทำให้เกิดการอุดตันทางเดินหายใจ เด็กจะขาดออกซิเจน จนถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต


ข้อป้องกันให้ถูกวิธี
      1. ควรให้ลูกได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกที่สำคัญ ควรเริ่มต้นให้อาหารเสริมตามวัยที่เหมาะสม คือเมื่ออายุ 4-6 เดือนไปแล้ว เพราะทักษะการดูดกลืนของลูกทำงานได้ดีมากขึ้นกว่าช่วงแรกเกิด และสามารถชันคอตั้งตรงได้ดี โอกาสที่จะเกิดการสำลักก็มีน้อยลง
      2. ของเล่นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หรือของเล่นที่สามารถแตกหักออกได้ง่ายไม่ควรนำมาให้ลูกกเล่น เช่น กระพรวน กระดิ่ง เหรียญ ลูกปัด
      3. เลือกประเภทอาหารที่เหมาะ โดยทั่วไปไม่แนะนำให้กินถั่วเม็ดเล็ก ข้าวโพด เมล็ดทานตะวัน เพราะมีโอกาสที่เด็กจะเกิดการสำลักได้ง่าย แต่หากจะนำมาปรุงให้กับเด็กก็ควรบดหรือตัดให้ขนาดเล็กพอควร
      4. จับลูกเรอทุกครั้งหลังที่กินนมและอาหารเสร็จ
          • เด็กที่คอยังไม่แข็ง ควรใช้วิธีอุ้มลูกนั่งตัก ใช้มือประคองช่วงขากรรไกรเพื่อประคองศีรษะ แล้วใช้มืออีกข้างลูบหลังขึ้นเบาๆ
          • สำหรับเด็กที่คอแข็งดีแล้ว อาจใช้วิธีทำอุ้มพาดบ่า ใช้มือประคองด้านหลัง ลูบขึ้นเบาๆ

วิธีช่วยเหลือเบื้องต้น
     • สำลักนมอาหาร จับเด็กนอนตะแดง ให้ศีรษะเด็กต่ำลง เพื่อป้องกันไม่ให้นมหรืออาหารที่อาจมีอยู่ในปากไหลยอนกลับไปที่ปอด ที่สำคัญ ไม่ควรจับเด็กอุ้มขึ้นทันทีเมื่อเกิดอาการสำลัก
     • วิธีตบหลัง โดยจับเด็กนอนคว่ำให้ศีรษะต่ำลงบนแขน แล้วใช้ฝ่ามือตบกลางหลังบริเวณกระดูก ติดต่อกัน 5 ครั้ง และสังเกตสิ่งแปลกปลอมในปากเด็ก ถ้าเห็นสิ่งแปลกปลอมให้เอาออก ถ้าไม่เห็นให้ทำขั้นตอนต่อไป
     • วิธีกระแทกหน้าอก โดยจับเด็กพลิกหงายขึ้นบนตัก ในท่าศีรษะต่ำใช้นิ้วมือ 2 นิ้วกระแทกแรงๆ ลงบนกระดูกหน้าอก เหนือลิ้นปี่ 5 ครั้ง แล้วสังเกตสิ่งแปลกปลอมในปากเด็ก ตบหลังและกระแทกหน้าอกครบทั้ง 5 ครั้ง ติดต่อกันจนกว่าจะเห็นสิ่งแปลกปลอม

     สิ่งสำคัญในการช่วยเหลือเด็ก ที่สำลักวัตถุของแข็งคือ ไม่ควรรีบใช้มือหยิบจับ หรือดึงของออกมจากปากเด็ก เพราะนิ้วมืออาจไปกดทับสิ่งของที่อยู่ด้านใน และทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นบวมขึ้นและบางครั้งอาจทำให้สิ่งแปลกปลอม นั้นอุดกั้นทางเดินหายใจมากขึ้น การช่วยเหลือในเบื้อต้นจะสามารถทำได้ ก็ต่อเมื่อคุณมั่นใจว่า มองเห็นวัตถุสิ่งแปลกปลอม แล้วเปิดปากเด็กหยิบวัตถุออกมา

คำแนะนำ
     เด็กพิการทางสมอง โดยส่วนมากแล้วพบได้ไม่บ่อย เพราะหากพ่อแม่รู้จักวิธีการป้อนนมที่ถูกต้อง โอกาสที่ลูกจะสำลักนมก็มีน้อยลง แต่หากลูกมีอาการสำลัก แล้วไม่มั่นใจ ก็ควรปรึกษาแพทย์โดยทันที ขอแนะนำแม่มือใหม่ ควรให้นมอย่างถูกวิธี และระมัดระวัง ดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น พ่อแม่ที่ยังอ่อนประสบการณ์อาจตกใจกับอาการสำลัก จับเด็กขึ้นทันที ทำให้นมที่ไหลค้างอยู่ในปาก ไหลย้อนกลับไปที่หลอดลม ทำให้เด็กเกิดการสำลักได้ ดังนั้น คุณพ่อแม่คุณแม่ควรจับเด็กนอนตะแคง เพื่อให้นมที่ค้างอยู่ไหลออกมาให้หมดก่อน            
     เรื่องที่ควรให้ความสำคัญคือ การเลือกอาหารที่เหมาะสม  วิธีการป้อนอาหาร การเลือกของเล่นให้ลูก รวมถึงการดูแลและปฐมพยาบาลเด็กในเบื้องต้นได้อย่างถูกวิธี ก็เท่ากับเป็นการเฝ้าระวังความปลอดภัยให้ลูกได้นั่นเอง”


  Copyright 2005-2012 baanmaenok.com All rights reserved.
view