หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา การเรียนของลูก รู้ก่อนลูกป่วย อาสาสมัคร ความรู้จากญี่ปุ่น

เมนู

 
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

ดูแลเมื่อมีไข้

ดูแลเมื่อมีไข้


การดูแลเด็กเมื่อมีไข้


       ไข้  หมายถึง ภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงกว่าระดับปกติ ( 36. °C – 37.4 °C หรือ 96.8 °F – 99.3°F ) หากอุณหภูมิขึ้นสูงถึง  41. 0°Cซ จะมีการทำลายเซลล์สมอง และสูงถึง 43. 0 ซ ก็จะหมดสติเสียชีวิตได้ ในทางตรงกันข้ามหากอุณหภูมิต่ำกว่า 34. 0 °C มนุษย์ก็จะดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้เช่นกัน  เมื่อมีไข้ หรืออุณหภูมิของร่างกายมากกว่า 37.5 องศา C ในบางคนอาจมีอาการปวดศีรษะปวดตามตัว หรือหนาวสั่นร่วมด้วย อ่อนเพลีย ซึม หรือในเด็กมีชักร่วมด้วย หากมีประวัติการชักอยู่แล้ว ต้องรีบเช็ดตัว และให้ยาลดไข้ช่วย ระหว่างมีไข้ ให้ดื่มน้ำมากๆ ทั้งน้ำหวาน น้ำผลไม้ นม ก็ได้ เพื่อให้น้ำช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย และควรสวมเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี ไม่ควรสวมเสื้อหลายชั้นหรือห่อผ้าหนาๆ

        การวัดไข้ด้วยปรอท ก่อนวัดปรอททุกครั้ง ต้องสลัดปรอท ให้อยู่ต่ำกว่า 35 องศา C หรือต่ำกว่า 95 องศา F การวัดปรอททางร่างกายสามารถวัดได้ดังนี้
        การวัดทางปาก ให้อมปรอทไว้ใต้ลิ้น ปิดปากให้สนิท และทิ้งไว้นาน 1-3 นาทีไม่ควรวัดหลังดื่มน้ำร้อน หรือน้ำเย็นใหม่ๆ ต้องรออย่างน้อย 15 นาทีก่อน
        การวัดทางทวารหนัก มักใช้ในเด็กเล็กหรือทารกแรกเกิด ให้นำปรอทสอดเข้าทวารหนักประมาณ 1-2 ซ.ม. โดยใช้มือซ้ายจับขาเด็กทั้งสองข้างขึ้น วัดนาน 1-2 นาที การวัดทางรักแร้ กระเปาะปรอทต้องอยู่ด้านในกลางรักแร้ ทิ้งไว้นาน 3-5 นาที

สาเหตุของการเกิดไข้

ระดับของไข้

1.   การติดเชื้อ การอักเสบ

ระดับของการมีไข้สามารถแบ่งออกเป็น หลายระดับ ดังนี้

2.    การบาดเจ็บของระบบประสาทส่วนกลาง   
     เช่น หลอดเลือดในสมองแตก   

1.  ไข้ต่ำ มีอุณหภูมิระหว่าง 37.5 ๐ °C – 38.4 ๐ °C

3.   โรคมะเร็งของต่อมน้ำเหลือง

2.   ไข้ปานกลาง มีอุณหภูมิระหว่าง   38.5 0 °C – 39.4 0 °C

4.    คอพอกเป็นพิษ

3.    ไข้สูง มีอุณหภูมิระหว่าง 39.5 0 °C – 40.5 0 °C

5.   ภาวะขาดน้ำ หรือได้รับความร้อนมากเกินไป

4.   ไข้สูงมาก มีอุณหภูมิตั้งแต่ 40.5 0 ซ ขึ

6.    การได้รับยามอร์ฟีนนานเกินไป

 

    
การเช็ดตัวเพื่อลดไข้     
   การเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น จะทำให้อุณหภูมิที่ผิวหนังต่ำ ทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิ   ในร่างกายและอุณหภูมิที่ผิวหนัง ความร้อนภายในร่างกายจะถ่ายเทที่ผิวหนังเพิ่มขึ้น และผิวหนังก็จะระบายความร้อนออกจากร่างกายโดยอาศัยน้ำเป็นตัวกลาง การเช็ดตัวโดยวิธีนี้จะมีผลช่วยลดอุณหภูมิได้มากที่สุดในทันทีที่เช็ดตัวเสร็จ โดยมากใช้เช็ดตัวผู้ป่วยที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงมาก ๆ และต้องการให้ไข้ลดลงเร็ว เช่น อุณหภูมิของร่างสูงเกิน 40 °Cโดยใช้น้ำแข็งผสมน้ำให้เย็นในอัตราส่วน 1:1 ซึ่งจะมีอุณหภูมิของน้ำประมาณ 15 °C         
    หลักในการเช็ดตัวทำเช่นเดียวกันกับการเช็ดตัวด้วยน้ำธรรมดา การเช็ดตัวด้วยวิธีนี้อาจทำให้อุณหภูมิของร่างกายลดอย่างรวดเร็ว และต่ำมาก โดยเฉพาะในเด็กจะทำให้เด็กรู้สึกไม่สบายเพราะร่างกายปรับตัวไม่ทัน ทำให้หลอดเลือดตีบและอาจตายได้ใน เด็กที่มีไข้สูงบางรายมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย ถ้าเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นจัด จะทำให้กล้ามเนื้อหดรัดตัว ทำให้เกิดความร้อนเพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิของน้ำที่ใช้เช็ดตัว เพิ่มอาการสั่นมากขึ้น และทำให้เด็กรู้สึกไม่สบาย

    การเช็ดตัวเพื่อลดไข้ด้วยน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิประมาณ 40 °C  โดยเชื่อว่าน้ำอุ่นซึ่งมีอุณหภูมิ ที่สูงกว่าจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว และระเหยได้เร็วกว่าน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า จึงพาความร้อนไดได้ไม่เร็ว และทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายในขณะเช็ดตัว ไม่มีปัญหาการปรับตัวมากเพื่อให้เข้ากับอุณหภูมิของน้ำ เหมือนกับการเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นจัด การเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นมีผลต่อการลดอุณหภูมิได้ม่น้อยมากในทันทีที่เช็ดตัวเสร็จ หลังจากนั้นอุณหภูมิจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นสูงกว่าก่อนให้การเช็ดตัว หลักในการเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น มีวิธีปฏิบัติเช่นเดียวกันกับการเช็ดตัวด้วยน้ำธรรมดา

จุดประสงค์ของการเช็ดตัว
     1. เพื่อลดอุณหภูมิในร่างกาย ช่วยป้องกันอาการชักเนื่องจากไข้สูงได้
     2. เพื่อช่วยกระตุ้นให้การไหลเวียนของโลหิตและอวัยวะต่าง ๆ ทำงานดีขึ้น
     3. เพื่อให้ประสาทคลายความตึงเครียดและลดอาการ กระสับกระส่าย 
     4. ช่วยให้เด็กสุขสบายและพักผ่อนได้มากขึ้น


     ...อุปกรณ์ที่ใช้ .....   
          1. กะละมังเช็ดตัว จำนวน 1-2 ใบ  ใส่น้ำประมาณ 1/2 ของกะละมัง
          2. ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กอย่างน้อย 2-4 ผืน และ ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ 1 ผืน

วิธีทำ
     1. บอกให้เด็กทราบให้เรียบร้อย
     2.  ล้างมือให้สะอาด
     3.  ยกเครื่องใช้ที่เตรียมพร้อม
     4.  รินน้ำดื่มใส่แก้วให้เด็กดื่มน้ำบ่อย ๆ ตั้งแต่ต้นจนทำเสร็จ
     5.   ถอดเสื้อผ้าออก
     6.  ปูผ้าเช็ดตัวรองอวัยวะหรือบริเวณที่จะเช็ด เพื่อป้องกันน้ำเปียก
     7  ใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กบิดน้ำพอหมาด ๆ เช็ดบริเวณที่หน้าให้ทั่วและพักไว้ที่ซอกคอสักครู่เพราะ เป็นที่รวมของหลอดเลือดแดง บิดผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ทำซ้ำ 3-4  ครั้ง
     8  เช็ดบริเวณหน้าอก   ลำตัว   โดยเช็ดเข้าหาหัวใจ   และพักผ้าไว้ที่บริเวณหัวใจหรือหน้าอก ด้านซ้าย
     9. เช็ดแขนด้านไกลตัวจากปลายแขนเข้าหาต้นแขนและรักแร้ พักผ้าไว้บริเวณข้อพับแขน   รักแร้ และให้ผู้ป่วยกำผ้าไว้ในมือโดยเปลี่ยนผ้าเช็ดบ่อย ๆ
    10. เช็ดแขนด้านใกล้ตัว ทำเช่นเดียวกัน
    11. เช็ดขาด้านไกลตัวจากปลายขาเข้าหาโคนขา พักผ้าที่ใต้เข่าและขาหนีบ
    12. เช็ดขาด้านใกล้ตัว ทำเช่นเดียวกัน
    13. เช็ดบริเวณหลังตั้งแต่ก้นกบขึ้นมาที่ต้นคอ และจากต้นคอเข้าหาหัวใจ พักตรงบริเวณหัวใจ ทำหลาย ๆ ครั้งจนรู้สึกผิวหนังเย็นลง 
    14. วัดอุณหภูมิ , ชีพจรและการหายใจ หลังทำเสร็จแล้วประมาณ 30 นาที เพื่อดูผลของการ เช็ดตัว ถ้าอุณหภูมิลดต่ำลง 0.5 °F – 1 0°F หรือ   0.5  °C   แสดงว่าการเช็ดตัวได้ผลดี

 
    ข้อแนะนำ การเช็คตัวเพื่อลดไข้ ไม่ทำให้เกิดอันตราย และควรทำนานประมาณ 15-20 นาที จึงจะได้ผล ขณะทำถ้าเด็กเกิดอาการหนาวสั่น ให้หยุดทำทันทีและห่มผ้าให้ ควรนำผ้าเช็ดตัวมาชุบลงน้ำในกะละมังบ่อยๆ เพื่อระบายความร้อนออก  ควรเติมน้ำลงในอ่างบ่อยๆ หรือเปลี่ยนนำในกะละมัง เพื่อรักษาอุณหภูมิของน้ำให้คงที่ ถ้ามีผ้าเช็ดตัวผืนเล็กหลายๆ ผืน ควรพักผ้าไว้บริเวณที่รวมของหลอดเลือด เช่นซอกคอ หลังหู หัวใจ รักแร้ ฝ่ามือและข้อพับต่างๆ ขณะเช็ดตัวไม่ควรพลิกตะแคงตัวเด็กบ่อยๆ ขณะเช็ดตัวให้เด็กดื่มน้ำบ่อยๆ


  Copyright 2005-2012 baanmaenok.com All rights reserved.
view