หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา การเรียนของลูก รู้ก่อนลูกป่วย อาสาสมัคร ความรู้จากญี่ปุ่น

เมนู

 
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

ดูแลเมื่อเด็กชัก

ดูแลเมื่อเด็กชัก

    

      สาเหตุของเด็กชัก มีได้หลายอย่างอาจชักจากการเป็นไข้ เป็นลมบ้าหมู ซึ่งอาการชักมีได้หลายอย่างมีหลายคนสงสัยเกี่ยวกับอาการชักของลูก และอยากรู้ถึงวิธีสังเกตและช่วยเหลือเมื่อลูกมีอาการชักอย่างเด็กทารกก็มีอาการชักได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิด หรืออาจจะไม่มีอาการเลย จนกระทั่งเข้าสู่วัยเรียนหรือวัยรุ่นก็ได้ ซึ่งโดยทั่วไปการชักในเด็ก กับผู้ใหญ่มีความแตกต่างกัน โดยผู้ใหญ่มักจะมีสาเหตุจากความผิดปกติในสมองเช่น เนื้องอกในสมอง เส้นเลือดในสมองตีบ ขอด จากการที่เลือดออกในสมอง เป็นต้นแต่ เมื่อพูดถึงเรื่องเด็กมีอาการชัก ต้องแยกแยะก่อนว่า เด็กมีอาการชัก เพราะโดยทั่วไปพ่อแม่พอเห็นเด็กมีอาการเกร็งตัว หรือมีอาการกระตุกของร่างกาย ก็คิดว่าเด็กเป็นลมชัก พยายามช่วยเหลือแต่อาการชักในความหมายของแพทย์ อาจจะเป็นหรือจะไม่เป็นอาการชักก็ได้ ซึ่งอาการชักในทางการแพทย์ จะหมายถึงอาการใดๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากเกิดความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าจากเซลล์สมองอย่างเฉียบพลัน แล้วทำให้เกิดอาการชัก เช่น อาจจะมีอาการชา เห็นภาพปกติ นั่งเหม่อก็ได้  ดังนั้นถ้าเห็นว่าเด็กมีอาการ เกร็ง มีการกระตุกของกล้ามเนื้อ แต่ไม่ได้เกิดจากการทำงานผิดปกติของสมอง อย่างนี้ก็ถือได้ว่าไม่ได้เป็นอาการชัก

      โรคลมชัก สังเกตคือ เด็กมีอาการชักซ้ำๆกัน แต่ไม่มีสาเหตุจากภายนอกสมองเป็นปัจจัยกระตุ้นอย่างไรก็ดีสาเหตุของเด็กชักนี้ก็มีได้หลายอย่าง อาจชักจากการเป็นไข้ เป็นลมบ้าหมู ซึ่งอาการชักก็มีได้หลายอย่าง สังเกตคือ อาการชักไม่ใช่แค่เกร็งกระตุกทั้งตัว ซึ่งอาการชักชนิดเกร็งกระตุกทั้งตัวและหมดสติ สมัยก่อนเรียกกันว่าลมบ้าหมู ส่วนอาการชักที่ผู้ป่วยไม่มีอาการเกร็งหรือกระตุกทั้งตัวเช่น การชักเฉพาะส่วน อย่างกระตุกแขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือการคลื่นไส้เป็นๆหาย อาการกลัว หรือความรู้สึกแปลกๆ อาการเห็นภาพหลอนหรือหูแว่ว ซึ่งขณะมีอาการ สังเกตว่าผู้ป่วยจะรู้สึกตัวดี

      ส่วนอาการชักแบบซับซ้อน สังเกตคือ ผู้ป่วยมักมีการเตือนก่อนชัก เช่น การกลัว หรือปวดท้อง คลื่นไส้ จากนั้นสังเกตว่าผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัว บางรายก็อาจมีพฤติกรรมแปลกๆ และซ้ำๆเช่น ทำปากขมุบขมิบ เคียวปาก ขยับมือไปมา หรือใช้มือขยำเสื้อผ้าอย่างไม่รู้ตัว หรือผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเกร็ง กระตุกทั้งตัวตามมาก็ได้              

การชักแบบเหม่อนิ่ง
    สังเกตคือ ผู้ปกครองจะพบว่าเด็กจะหยุดพูดหรือหยุดเล่นทันทีมักไม่ค่อยตอบสนองต่อการเรียก บางครั้งเด็กจะจ้องไปด้านหน้าแบบไร้จุดหมาย คล้ายๆกับ อาการเหม่อ อาจเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ถึงนาที หรืออาจมีการกระพริบตาถี่ๆ ร่วมด้วยหลังจากนั้นเด็กก็สามารถกลับมาคุยหรือเล่นต่อได้ตามปกติ ขณะเดียวกัน อาการชักที่พบได้ในเด็กอีกแบบหนึ่งก็คือ เด็กช่วงอายุ 3 เดือนถึง 1 ปี จุดสังเกตคือ เด็กจะมีอาการกระตุกแขนขาทั้งสองข้าง อาจจะเอาแขนโอบเข้าหาตัว และกระตุกศีรษะ ก้มเป็นจังหวะเหมือนพยักหน้า บ้างก็เหยียดทั้งแขนและขาสองข้าง  หรือทั้งแขนและขาสองข้างออกไปข้างหลัง พร้อมกระตุกศีรษะเงยขึ้นเป็นจังหวะ หรือทั้งสองแบบ รวมกัน โดยอาการดังกล่าวมักเกิดเป็นชุดๆ ติดต่อกัน หรือบางครั้งมีอาการได้มากถึง ร้อยครั้งต่อวัน ต้องสังเกตให้ดี   
        
   อีกแบบคือ การชักแบบตัวอ่อน ซึ่งผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการเกร็งกระตุกให้เห็น แต่ชักแบบตัวอ่อนไม่มีแรงและหมดสติล้มลงทันที อาการคล้ายคนเป็นลม แต่ลักษณะอย่างนี้มักจะเกิดแบบรวดเร็วไม่มีอาการเตือนมาก่อนจึงยากต่อการสังเกต          
   ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองสังเกตว่าเด็กมีอาการชักแบบใดแบบหนึ่ง และสงสัยหรือกังวล ก็จะสามารถพบกุมาแพทย์เพื่อตรวจได้แพทย์ก็จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อวินิจฉัยว่าอาการที่เกิดขึ้นใช่อาการชักจริงหรือไม่ และถ้าใช่เป็นอาการชักชนิดไหนเพื่อการรักษา ให้คำแนะนำที่ถูกต้องหรือในเด็กบางราย แพทย์อาจให้ตรวจเอ็กซเรย์สมองเพิ่ม

    หากจู่ๆ ลูกมีอาการชักกระตุก ตัวเกร็ง น้ำลายฟูมปาก ไม่รู้สึกตัว ปากเขียว ใบหน้าเขียว ไม่ว่าจะเป็นเพราะไข้ขึ้นสูง สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้

     1. ตั้งสติ
        ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งสติให้มั่น อย่ามัวตกใจเกินไปเพราะการปฐมพยาบาลจะเป็นไปอย่างร้อนรน และอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้

    2. นอนในที่โล่ง
       ขณะที่ชัก หากลูกอยู่บนที่สูง หรือบริเวณที่มีสิ่งของวางกระจัดกระจายอยู่ใกล้ๆ ต้องนำลูกไปนอนในที่โล่งๆ เพื่อป้องกันลูกตกจากที่สูง หรือป้องกันมือฟาดไปโดนสิ่งของตกลงมากระแทกตัวลูก

    3. นอนตะแคง
        เพื่อป้องกันไม่ให้เสมหะ อาหาร ลิ้น หรือน้ำลายอุดตันหลอดลม ควรจะให้ลูกนอนตะแคง ศีรษะต่ำเล็กน้อย หรือนอนหงายแล้วหันศีรษะไปข้างใดข้างหนึ่ง

     4. ปลดเสื้อผ้าให้หลวม
         คลายเสื้อผ้าของลูกออก เพื่อไม่ให้อึดอัดและสะดวกต่อการที่ปฐมพยาบาล

      5. สอดผ้าหรือช้อนเข้าไปในปากในกรณีที่เด็กกัดลิ้นและกัดริมฝีปาก
          ใช้ผ้าพันช้อนหรือทบผ้าให้หนาๆ ค่อยๆ สอดเข้าไปในปาก ป้องกันไม่ให้ลูกกัดลิ้นและกัดริมฝีปากตัวเอง

      6. เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น
         หากมีไข้สูง คุณพ่อคุณแม่ ควรเช็ดตัวด้วยน้ำก๊อกธรรมดาหรือน้ำอุ่น ตามซอกขาหนีบ รักแร้  ซอกคอ และศีรษะ คอยเปลี่ยนผ้าให้เย็นอยู่เสมอเพื่อให้ไข้ลดลงโดยเร็วที่สุด ซึ่งอาการชักจากไข้จะเป็นอยู่ไม่เกิน 15 นาที จะหยุดเอง   7. นำส่งโรงพยาบาล
ถ้าชักเกิน 10 นาที หรือชักซ้ำ ขณะที่ลูกยังไม่ฟื้นเป็นปกติ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล เพื่อหาสาเหตุและวิธีรักษาให้ถูกต้อง

       ไม่ว่าอาการชักของลูกจะมาจากสาเหตุอะไรเป็นหลัก คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรไว้วางใจ เมื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและรักษาโดยเร็วดีกว่า เพื่อป้องกันผลเสียหายต่อสมอง ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ข้อแนะนำ
    
1.อย่าฝืนง้างปากลูกเพราะอาจทำให้ฟันและขากรรไกรหักได้

     2.อย่าใช้นิ้วมือของตัวเองสอดเข้าไปในปากลูก
     3.อย่าเขย่าหรือตีลูก
     4.อย่าอุ้มเด็กขึ้นมากอดไว้ขณะเด็กชัก

  Copyright 2005-2012 baanmaenok.com All rights reserved.
view